ปั๊มลมในโรงงานทำหน้าที่อะไร ?
เครื่องอัดอากาศ (เรียกกันติดปากกันว่า"ปั๊มลม") คือ เครื่องจักรกลที่ทำหน้าที่อั ดอากาศที่ดูดเข้ามาที่มีความดั นปกติให้มีความดันสูงขึ้นแล้ วเก็บไว้ในถังเก็บลมอัด เพื่อนำไปใช้งานโดยการจ่ ายไปตามท่อลมให้กับเครื่องจั กรหรืออุปกรณ์ทำงานต่างๆต่อไป (หน้าที่เดียวกับมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน) แต่เป็นเครื่องที่ให้พลังงาน โดยการบีบอัดและกดอากาศให้มี ความกดดันสูงกว่าความดั นบรรยากาศ แล้วกักเก็บไว้ในถังก่อนหรือปล่ อยออกโดยตรง เมื่อปล่อยอากาศอัดออกมา จะเกิดการพุ่งออกอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลังงานกลที่สามารถผลั กดันสิ่งต่างๆ ให้เกิดงานต่างๆต่อไป http ://ultra-compressor.com/ backup/index.html
สนับสนุนเนื้อหาโดย
เครื่องอัดอากาศ (เรียกกันติดปากกันว่า"ปั๊มลม") คือ เครื่องจักรกลที่ทำหน้าที่อั
ชนิดของเครื่องอั ดอากาศสามารถแบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่
*1.เครื่องอัดอากาศชนิดลูกสูบ (piston compressor)
*2.เครื่องอัดอากาศชนิดไดอะแฟรม (diaphragm compressor)
*3.เครื่องอัดอากาศชนิดสกรู (screw compressor)
*4.เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดเลื ่อน(sliding vane rotary compressor)
*5.เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดหมุ น (root compressor)
*6.เครื่องอัดอากาศชนิดกังหั นหรือกระแสอากาศ (turbo compressor or flow compressor)
1.11.1. เครื่องอัดอากาศชนิดลูกสูบ (piston compressor)
เป็นชนิดที่นิยมใช้มากที่สุด สามารถอัดอากาศได้จาก 4-300 บาร์ มีราคาถูก ประสิทธิภาพดี ส่งลมได้ 2-500 ลูกบาศก์เมตร/นาที สามารถจำแนกชนิดตามจำนวนชั้นของการอัดอากาศได้อีก เช่น ชนิดลูกสูบอัดชั้นเดียว(single stage) ความดัน 4-10 บาร์ ชนิดลูกสูบอัดสองชั้น(double stage) ความดัน 15-30 บาร์ ชนิดลูกสูบอัดสามชั้น(triple stage or multistage) ความดัน 250 บาร์ขึ้นไปซึ่งเป็นแรงดันสูง ใช้ทั้งชนิดลูกสูบอัดสามชั้น ชนิดลูกสูบอัดสี่ชั้น(four stage) หรือชนิดลูกสูบอัดหลายชั้น(multi-stage)
เครื่องอัดอากาศชนิดลูกสูบนั้นลมอัดจะมีอุณหภูมิสูงเนื่องจากลมโดนอัดให้มีความดันสูง จึงมีการลดอุณหภูมิของลมอัดด้วย มี 3 วิธี คือ
1. ระบายความร้อนตามธรรมชาติ โดยการทำครีบระบายความร้อนที่กระบอกสูบ
2. ระบายความร้อนโดยใช้พัดลมระบายความร้อนอยู่ภายนอกท่อ นิยมใช้กับเครื่องอัดอากาศที่มีขนาดใหญ่
3. ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยการให้ท่อน้ำอยู่ภายในท่อลมทำการแลกเปลี่ยนความร้อนโดยการให้น้ำพาความร้อนจากอากาศไป ถ่ายเทออกภายนอก
รูปที่ 2 เครื่องอัดอากาศชนิดลูกสูบ (piston compressor)
1.11.2. เครื่องอัดอากาศชนิดไดอะแฟรม (diaphragm compressor)
การทำงานคล้ายกับชนิดลูกสูบเพียงแต่ใช้แผ่นไดอะแฟรมในการดูดและอัดอากาศแทนการใช้ลูกสูบ
รูปที่ 3 เครื่องอัดอากาศชนิดไดอะแฟรม (diaphragm compressor)
1.11.3. เครื่องอัดอากาศชนิดสกรู (screw compressor)
การทำงานใช้การหมุนขบกันของเพลาที่มีลักษณะเป็นสกรู 2 เพลา โดยตัวหนึ่งมีฟันเป็นเส้นนูน อีกตัวหนึ่งเป็นเส้นเว้า ฟันเพลาหมุนขบเข้าหากันทำให้เกิดการอัดอากาศ
รูปที่ 4 เครื่องอัดอากาศชนิดสกรู (screw compressor)
1.11.4. เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดเลื่อน(sliding vane rotary compressor)
การทำงานใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในการทำให้ใบพัดเลื่อนเกิดการเลื่อนเข้าออกในร่องใบพัด โดยเมื่อเพลาหมุนจนใบพัดเลื่อนออกจากร่องเกิดห้องที่มีปริมาตรหนึ่งรับอากาศเข้ามาเต็มห้อง แล้วเพลาหมุนต่อจนใบพัดเลื่อนเข้าไปเรื่อยๆปริมาตรของห้องที่รับอากาศเล็กลงแต่ปริมาณอากาศเดิม อากาศจึงถูกอัดให้มีความดันสูงขึ้น เครื่องอัดอากาศชนิดนี้หมุนเรียบ ไม่มีเสียงดัง ผลิตลมอัดได้สม่ำเสมอ ไม่ขาดเป็นห้วงๆเหมือนชนิดลูกลูบ
รูปที่ 5 เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดเลื่อน(sliding vane rotary compressor)
1.11.5. เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดหมุน (root compressor)
การทำงานใช้การหมุนเข้าหากันของใบพัด 2 เพลา โดยใบพัดทั้งสองเพลาจะรับอากาศจากทางลมเข้าแล้วกวาดลมไปด้านทางลมออก แต่ปริมาตรด้านทางลมออกจะเท่ากับด้านทางลมเข้าไม่เกิดการอัดจากการลดปริมาตรเหมือนชนิดใบพัดเลื่อน แต่เกิดการอัดอากาศเนื่องจากการเพิ่มปริมาณอากาศให้กับด้านทางลมออกจนมีปริมาณและความดันที่มากพอที่เอาชนะความดันด้านทางลมออกที่มีอยู่แล้ว
รูปที่ 6 เครื่องอัดอากาศชนิดใบพัดหมุน (root compressor)
1.11.6. เครื่องอัดอากาศชนิดกังหันหรือกระแสอากาศ (turbo compressor or flow compressor)
การทำงานอาศัยหลักการใช้กังหันในการเปลี่ยนความเร็วลม(พลังงานจลน์)เป็นลมอัด(พลังงานความดัน) มี 2 ชนิด ได้แก่ 1. เครื่องอัดอากาศชนิดเรเดียลโฟลว์ หรือเซนตริฟิวกัล (radial-flow or centrifugal compressor)อาศัยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในการทำให้อากาศเกิดความดัน
2. เครื่องอัดอากาศชนิดแอกเซียลโฟลว์ (axial-flow compressor)
รูปที่ 7 เครื่องอัดอากาศชนิดกังหันหรือกระแสอากาศ (turbo compressor or flow compressor)
---------------------------------------------------------------
1.12.การควบคุมและบำรุงรักษาเครื่องอัดอากาศ
เนื่องจากถังเก็บลมไม่สามารถเก็บลมที่อัตราได้ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ จึงต้องมีการควบคุมการทำงานของเครื่องอัดอากาศและการจ่ายลมอัดให้มีความเหมาะสม1. การควบคุมแบบเปิด-ปิด(on-off or stop-start) คือ การใช้สวิตช์ความดันทำการต่อวงจรไฟฟ้าให้เครื่องอัดอากาศทำงานเมื่อความดันภายในถังลดลงน้อยกว่าความดันที่ตั้งไว้ และตัดวงจรไฟฟ้าให้เครื่องอัดอากาศหยุดทำงานเมื่อความดันภายในถังถึงหรือมากกว่าความดันที่ตั้งไว้ ใช้ควบคุมเครื่องอัดอากาศขนาดเล็ก
2. การควบคุมแบบอันโหลดดิงเรกูเลชัน (unloading regulation) คือ หลักการทำงานคล้ายวิธีเปิด-ปิด แต่ไม่มีการตัดวงจรไฟฟ้าโดยมอเตอร์ยังคงทำงานปกติ คือ หมุนตัวเปล่า ใช้ในกรณีตั้งระดับความดันช่วงแคบๆ มี 2 วิธี2.1 การควบคุมวิธีระบายลมอัด (exhaust regulation) คือ การใช้ลมอัดไปดันวาล์ว 2/2 ให้ปล่อยแรงดันลมออกเมื่อแรงดันลมสูงกว่าแรงดันของสปริงวาล์วที่ตั้งไว้ เมื่อความดันต่ำลงแล้ววาล์ว 2/2 ก็จะเลื่อนกลับตำแหน่งปิดด้วยแรงดันของสปริง2.2 การควบคุมวิธีปิด (shut-off regulation) คือ การให้ลมอัดไปดันวาล์ว 3/2 ไว้เมื่อลมอัดสูงมากกว่าความดันสปริง วาล์ว 3/2 จะถูกเลื่อน ทำให้ลมอัดหมุนเวียนจากเครื่องอัดอากาศเข้าสู่ระบบผ่านวาล์ว 3/2 และเมื่อความดันต่ำลงวาล์ว 3/2 จะเลื่อนกลับตำแหน่งเดิม
1.12.1 การบำรุงรักษาเครื่องอัดอากาศ
1. ควรติดตั้งในบริเวณที่ไม่มีฝุ่นละออง แห้งและมีอุณหภูมิต่ำ เพราะอากาศที่เย็นจะได้ปริมาณลมอัดที่มาก2. ติดตั้งชุดกรองอากาศด้านดูดเข้าและทำความสะอาดไส้กรองสม่ำเสมอ3. ตรวจดูระดับน้ำมันหล่อลื่นและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นทุก 500 ชั่วโมงการทำงาน4. ตรวจหารอยรั่วตามข้อต่อต่างๆอย่างน้อยปีละครั้ง5. ระบายน้ำในถังเก็บลมอัดหรือในท่อออกเมื่อเลิกงาน
1.12.2 ระบบทำความสะอาดลมอัด
เนื่องจากการมีความชื้นและละอองน้ำทำให้อุปกรณ์ภายในที่เป็นโลหะเกิดสนิม ฝุ่นละอองหรือเศษของแข็งทำให้อุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนที่เกิดการเสียดสีและสึกหรอ และปัญหาอื่นอีกมากมายจึงจำเป็นต้องมีการทำความสะอาดลมอัดเพื่อยืดอายุของอุปกรณ์ทำงานด้วยอุปกรณ์ป้องกันดังนี้
1. เครื่องระบายความร้อน มี 2 ชนิด คือ1.1 เครื่องระบายความร้อนชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ คือ การให้ลมอัดไหลในท่อผ่านเครื่องระบายความร้อนซึ่งมีครีบและพัดลมเป่าอากาศ เมื่อลมอัดระบายความร้อนออกไอน้ำที่ปนอยู่จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ1.2 เครื่องระบายความร้อนชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ คือ การให้น้ำพาความร้อนออกจากลมอัด โดยให้ท่อน้ำอยู่ในท่อลมอัด
2. เครื่องทำอากาศแห้ง มี 3 ชนิด คือ2.1 เครื่องทำอากาศแห้งชนิดใช้สารดูดความชื้น (absorption drying) คือ การใช้แคลเซียมคลอไรด์ โซเดียมคลอไรด์หรือลิเธียมคลอไรด์ ดูดความชื้น ของเหลว เศษของแข็งเล็กๆและน้ำมันให้กลายเป็นสารละลาย แล้วระบายทิ้งด้านนอก2.2 เครื่องทำอากาศแห้งชนิดใช้สารดูดซับความชื้น (absorption drying) คือ การใช้ซิลิกาเจล(silica gel) แอกติเวเตดอะลูมินา(activated alumina) เป็นเม็ดเล็กๆมีรูพรุน เมื่อดูดซับความชื้นแล้วจะเปลี่ยนสีสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ สารดูดความชื้นบรรจุอยู่ในถัง 2 ถังโดยจะทำงานสลับกันตามเวลาที่ตั้งไว้โดยใช้ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าในการเปิดปิดวาล์ว 2.3 เครื่องทำอากาศแห้งชนิดลดอุณหภูมิให้ต่ำ (low temperature drying) หรือชนิดใช้เครื่องทำความเย็น (drying by refrigeration) คือ การใช้เครื่องทำความเย็นแบบอัดไอ(compression) ในการทำให้อุณหภูมิลมอัดลดลง ให้ความชื้นที่ปนมากลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
3.เครื่องกรองลมท่อส่งลมอัด (main filter) คือ ถังที่มีไส้กรองละเอียดประมาณ0.01-3ไมครอน ทำจากโลหะซินเทอร์ กระดาษไวร์โคลท ไหมเทียม หรือฝ้าย ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกและความชื้นที่หลงเหลือหรือตกค้างในท่อส่งลมอัด
4. ชุดควบคุมและปรับปรุงคุณภาพลมอัด (service unit) ประกอบด้วย 4.1 อุปกรณ์กรองอากาศ (compressed air filter) ทำหน้าที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ ความชื้นหรือน้ำที่กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ 4.2 อุปกรณ์ควบคุมความดัน (regulator) ทำหน้าที่ปรับความดันลมให้คงที่และเหมาะสมกับระบบ มี 2 แบบคือ4.2.1 อุปกรณ์ควบคุมความดันชนิดไม่มีการระบายความดันออกสู่บรรยากาศ ทำงานโดยเมื่อความดันเกินไดอะแฟรมจะถูกดันให้ดึงก้านวาล์วลงมาปิดทางลมเข้าและจะเปิดอีกที่เมื่อความดันลมทางออกเหลือน้อยจนไม่สามารถดันสปริงแผ่นไดอะแฟรมลงต่อไปได้4.2.2 อุปกรณ์ควบคุมความดันชนิดไม่มีการระบายความดันออกสู่บรรยากาศ ทำงานโดยเมื่อความดันทางออกสูงมากจะดันไดอะแฟรมลง ทำให้เดือยเปิดรูระบายลมตรงกลางแผ่นไดอะแฟรมให้เกิดการระบายลมอัดที่เกินออก และเมื่อแรงดันน้อยลงสปริงไดอะแฟรมจะดันให้ไดอะแฟรมเลื่อนขึ้นรูระบายจึงถูกปิดด้วยเดือยตามเดิม4.3 อุปกรณ์ผสมน้ำมันหล่อลื่น (compressed air lubricator) ทำการผสมน้ำมันโดยอาศัยหลักการความดันที่แตกต่างกันบริเวณคอคอด โดยน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้เป็นประเภทเดียวกับน้ำมันไฮดรอลิก ความหนืด
อุณหภูมิ
หรือ SAE 10 ในโรงงานที่มีอุปกรณ์นิวแมติกส์จำนวนมากได้มีการติดตั้งอุปกรณ์เติมน้ำมันหล่อลื่นแบบอัตโนมัติ โดยใช้ลูกลอยในการควบคุมการป้อนน้ำมัน4.4 เกจวัดความดัน (pressure gauge) ใช้วัดความดันในระบบนิวเมติกซึ่งมีความดันไม่เกิน 10 บาร์ เกจที่นิยมใช้ คือ บูร์ดอง เกจ (bour gauge)
1.13.การบำรุงรักษาชุดควบคุมและปรับปรุงคุณภาพลมอัด1. อุปกรณ์กรองอากาศ
- ระบายน้ำในหลอดแก้วทุกวัน (กรณีระบายน้ำด้วยมือ)
- ทำความสะอาดไส้กรองตามกำหนดเวลา
- ล้างชิ้นส่วนพลาสติกด้วยน้ำยาทำความสะอาดพลาสติก
- ระบายน้ำในหลอดแก้วทุกวัน (กรณีระบายน้ำด้วยมือ)
- ทำความสะอาดไส้กรองตามกำหนดเวลา
- ล้างชิ้นส่วนพลาสติกด้วยน้ำยาทำความสะอาดพลาสติก
2. อุปกรณ์ควบคุมความดัน- หมุนปรับตั้งความดันให้ถูกทิศทาง ไม่ควรใช้คีมหรือของแข็งบิดเกลียว
3. เกจวัดความดัน
- ค่อยๆหมุนวาล์วตั้งความดันให้เข็มค่อยๆขยับช้าๆเพื่อป้องกันเข็มเสียหายและยืดอายุการใช้งาน- ไม่ตั้งความดันสูงกว่าที่ใช้งานจริง
- ค่อยๆหมุนวาล์วตั้งความดันให้เข็มค่อยๆขยับช้าๆเพื่อป้องกันเข็มเสียหายและยืดอายุการใช้งาน- ไม่ตั้งความดันสูงกว่าที่ใช้งานจริง
4. อุปกรณ์ผสมน้ำมันหล่อลื่น- เติมน้ำมันหล่อลื่นในหลอดแก้วให้อยู่ในระดับที่ใช้งาน- เปลี่ยนและตรวจสอบระบบเติมน้ำมันหล่อลื่น หากน้ำมันมีสีขาวขุ่น ขัน เนื่องจากมีสิ่งสกปรกปะปนในน้ำมันเนื้อหาจาก
http://mte.kmutt.ac.th/ elearning/Plc/unit_1-1.htm
http://mte.kmutt.ac.th/
Specialist in compressed air products
20 ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 48 แยก 13 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
โทร 0-2726-2311, E-mail sales@ultra-compressor.com












